วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2557

[แชร์] วิธีฝึกภาษาอังกฤษให้เก่ง นอกตำรา (You can do it)

http://pantip.com/topic/31927561

วิธีฝึกภาษาอังกฤษให้เก่ง นอกตำรา You can do it

[แชร์] วิธีฝึกภาษาอังกฤษให้เก่ง นอกตำรา (You can do it)

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ

ก่อนอื่นอยากจะเกริ่นถึงแรงบรรดาลใจในการเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา
จากที่เคยสังเกตุ อ่านจากสื่อบ้าง กระทู้บ้าง ศึกษาจากคนรอบข้างบ้างก็ได้พบความจริงหลายๆข้อที่เป็นข้อสงสัยว่าทำไม คนไทย(ส่วนใหญ่) ถึงไม่เก่ง หลีกเลี่ยง บางคนเข้าขั้นเกลียดภาษาอังกฤษกันเลยทีเดียว
ส่วนใหญ่แล้วตอนเด็กๆเราจะถูกสอนมาด้วย pattern ที่คล้ายๆกันคือ การจะทำให้สามารถสื่อสารกับคนอื่นด้วยภาษาอังกฤษได้ คือต้องเก่ง tense ต้องเก่งศัพท์ ซึ่งหลังสูตรการศึกษาในไทยก็จะเป็นในรูปแบบของ”การท่องจำ” แทนที่จะเป็น”ความเข้าใจ” ผลลัพธ์ของความคิดนี้ทำให้เราต้องมานั่งเรียน tense ตั้งแต่ประถมยันมหาวิทยาลัยไม่จบไม่สิ้น ต้องมานั่งท่องศัพท์ต่างๆนานๆและเอาไปใช้จริงไม่เป็น จำได้บ้างไม่ได้บ้าง งูๆปลาๆ ส่งผลให้คนที่จบมาทำงานมีภาษาอังกฤษที่ใช้ได้ในระดับพื้นฐานเท่านั้น

เคยเป็นกันมั้ย … ท่อง tense เป็น 10 เวลาพูดกับฝรั่งจะพูดทีไรก็คิดไม่ออกซักทีจะใช้ tense ไหน … ทำไมพูดไม่เห็นคล่องซักที… ฟังในคลิป youtube ไม่รู้เรื่องเลย … ที่เป็นแบบนี้เพราะสิ่งที่สอนในห้องเรียนคือมีแค่ทฤษฏีเท่านั้น โรงเรียนไม่สอนวิธีการเอาไปใช้จริง เรียนเพื่อสอบ สอบเสร็จก็ลืม ไม่ทำให้เห็นความน่าสนใจ ไม่เห็นความสนุกของภาษา ทำให้เราไม่อยากแตะภาษา ไม่เก่งซักที

เราจะทำยังไงดี …ง่ายๆคือ ก็ทำให้ชอบภาษาซะสิ

ขอยกตัวอย่างด้วยวิธีของเราก็แล้วกันค่ะ

ก่อนอื่นเลย ค้นหาว่าเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร
สิ่งที่ชอบไม่จำเป็นต้องมีสาระจ๋า เราชอบอยู่หน้าคอม (เราเป็น programmer ค่ะ) ชอบเล่นเกมมากๆ อ่านการ์ตูน ดูหนังดูซีรีส์ ฟังเพลง ที่พูดมาคนส่วนใหญ่ก็ชอบทำกัน และเราไม่ชอบที่จะต้องมานั่งอ่านหนังสือวิชาการ สมาธิสั้นทุกทีเวลาต้องมาอ่าน topic น่าเบื่อๆ รวมถึงอ่านหนังสือ grammar ภาษาอังกฤษต่างๆนาๆ อ่านไม่เคยจบเล่มเลย
เราก็เลยตัดสินใจเอาหนังสือที่เอาไว้ศึกษาภาษาอังกฤษเอาไว้ในห้องเก็บของ ไม่ต้องไปแตะมัน หยิบออกมาตอนที่จำเป็นเท่านั้น เราจะฝึกจากใน internet เนี่ยแหละ แล้วจดมันด้วยวิธีที่เราจะเปิดมันได้ทุกที่ทุกเวลา เดี๋ยวจะบอกด้านล่างอย่างละเอียดค่ะว่าทำยังไง


Step 1 ปรับ mindset
เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีคนจำนวนมากที่ทำให้หมดกำลังใจในการฝึกภาษาอังกฤษ……
-      พูดชัด = โชว์พาว
-      พยายามพูดให้ชัด = กระแดะ
-      พูดไม่ชัด = อ่อน
เราเองเคยอยู่ในสภาวะที่แวดล้อมไปด้วยคนที่มีทัศนคติแบบนี้ เคยทำให้เราอายไม่อยากพูดภาษาอังกฤษ ทั้งๆที่เราคิดว่าเราทำได้ดีซะด้วย แต่กลายเป็นว่าตัวเราเองทำให้คนเหล่านี้มากดเราได้ เราเปลี่ยนความคิดคนพวกนี้ไม่ได้ค่ะ แต่เราเปลี่ยนความคิดของเราได้ด้วยการคิดว่า “เธอจะคิดอะไรก็คิดไป แต่ซักวันฉันจะเก่งภาษาอังกฤษกว่าเธอ” อย่าไปใส่ใจคำพวกนี้ค่ะ เราไม่ได้ทำผิด เรากำลังพยายามทำเราเก่งขึ้นเพื่อตัวของเราไม่เดือดร้อนใคร เปลี่ยนไขมันเป็นกล้ามเนื้อ เปลี่ยนความกลัวเป็นความกล้าค่ะ


หยุดคิดว่าตัวเองทำไม่ได้หรอก 
นักลงทุนและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จทุกคนบอกเหมือนกันหมดว่า ถ้าจะเริ่มลงทุนลงแรงกับอะไรซักอย่าง อย่ารอจนกว่าจะพร้อม ให้เริ่มทำตอนที่ยังไม่พร้อม
มีอยู่ช่วงนึงที่เราอยากจะฟังเวลาฝรั่งพูดรัวๆได้ไม่ว่าจะในหนัง ในข่าว เราไม่รู้จะไปฝึกกับฝรั่งที่ไหน เพื่อนฝรั่งให้ฝึกพูดทุกวันก็ไม่มี ไม่ได้เกิดมาจากครอบครัวที่รวยจนมีโอกาสได้ใช้ชีวิตหลายปีที่เมืองนอกเพื่อไปเรียนภาษา จะฝึกยังไงดี โชคดีที่ตอนนั้นมี youtube แล้ว เราก็คิดว่าเอาวะ! ลองจากคลิปยากๆฟังไปไม่รู้เรื่องนี่แหละ ฟังมันบ่อยๆเดี๋ยวก็ฟังได้ เราเลยเริ่มจากคลิปแรกๆของ Ray William Johnson คลิปของคนนี้เค้าจะรวมคลิปฮาๆ แล้วก็เอามาพูดฮาๆ มีแสลงแปลกๆที่ใช้ในเน็ต ตอนแรกไม่เข้าใจเลย ฟังไปบ่อยๆเริ่มฟังออก เริ่มดีใจ เลยหาของคนอื่นมาดูเพิ่มด้วย
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


ตอนแรกๆฟังไม่ค่อยออกอ่ะค่ะ ยากมาก แต่ฟังเรื่อยๆบ่อยๆแล้วเราจะเริ่มปรับได้ อย่าเฟลตัวเองถ้าเรายังฟังไม่ได้ อย่าหมดกำลังใจค่ะ ไม่จำเป็นต้องฟังแล้วรู้หมดทุกคำค่ะ สิ่งสำคัญคือการจับใจความให้ได้ว่าเค้าพูดแล้วหมายถึงอะไร


จำไว้ว่าไม่จำเป็นต้องฝึกเหมือนคนอื่น
เคยมีคนถามหรือถามคนอื่นบ้างมั้ยว่า ฝึกภาษากันยังไง เรียนเพิ่มเติมที่ไหน คนเรามีความสามารถในการรับรู้ต่างกัน และมีความถนัดต่างการ เวลาของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นต้องลองวิเคราะห์ดูว่าเราเหมาะที่จะฝึกแบบไหนมากกว่า

อย่ามีข้ออ้างในการฝึกภาษาอังกฤษ
แค่คุณมีเวลาเปิด youtube ก็แสดงว่าคุณมีเวลาฝึกภาษาแล้ว สละเวลาซัก 10 นาทีดูคลิปฮาๆซักคลิปแล้วพยายามเก็บเกี่ยวภาษาจากคลิปนั้นก็ถือว่าเป็นการฝึกแล้ว

สรุปสิ่งที่ควรและไม่ควรทำเพื่อที่จะเก่งภาษาอังกฤษ
DOs
-    กล้าที่จะพูด
-    อย่ากลัวที่จะถาม
-    มองในแง่ดี คนที่เก่งภาษาทุกคนเริ่มจาก 0

DON’Ts
-    คิดว่าตัวเองอ่อน ไม่มีพรสวรรค์
-    คิดว่าทำไม่ได้หรอก ยากเกินไป แค่ภาษาไทยยังไม่รอดเลย
-    ไม่กล้าพูด กลัวคนรอบข้างหาว่ากระแดะ
233 ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
Step 2 เตรียมเครื่องมือการฝึก
สิ่งที่คุณต้องมีคือ
1.    Internet
2.    คอมพิวเตอร์/มือถือ
3.    Google account
4.    Google Dictionary Chrome Extension
ง่ายมาก 2 ข้อแรกนี้มีกันทุกคนแน่นอน ข้อ 3 สมัครฟรีค่ะ เดี๋ยวจะบอกว่าทำไมต้องมี google account ข้อ 4 ก็ฟรีค่ะ เพียงแค่มี chrome เท่านั้น

การฝึกภาษาที่ดีควรมีการจดบรรทึก เรามี trick ในการจดคำศัพท์ที่น่าสนใจค่ะ การจดคำศัพท์ที่ดีคือ
1.    ต้องจดได้ทุกที่
2.    เปิดออกมาดูได้ทุกที่
3.    ใช้งานง่าย
เราคงไม่สะดวกที่จะต้องพกสมุดกับปากกาไปทุกที่ จะค้นหาคำที่เคยเจอแล้วก็ยาก เพราะฉะนั้นเราก็ใช้งานจากสิ่งที่เราพกไปทุกที่ก็คือมือถือ เราจะใช้ google doc แทนสมุดปากกากัน อันนี้คือตัวอย่างสมุดจดศัพท์ส่วนตัวของเราค่ะ




Docs ใน google เป็นสมุดจดคำศัพท์ docsเป็นเครื่องมือที่ดีมากๆ ฟรี ใช้ส่วนตัวหรือแชร์ให้คนอื่นด้วยก็ได้ แต่คนส่วนมากไม่ทราบกัน
เข้าไปใน Docs.google.com ค่ะ สำหรับคนที่มี google account แล้วก็ login ได้เลยค่ะ คนที่ยังไม่มีให้สมัครก่อนนะคะ




เมื่อเข้าไปแล้ว ให้เราคลิก create เลือก spreadsheet ค่ะ เราจะมาสร้าง file คล้าย excel เอาไว้จดคำศัพท์กัน



เสร็จแล้วเราก็จะได้ file ที่เหมือนกับ excel มา 1 file
ให้เราทำเป็น 3 column คือ word example และ translation
อย่าลืมเปลี่ยนชื่อ file นะคะ เป็นชื่ออะไรก็ได้



ถ้ามองไปด้านล่างจะเห็น tab ที่เรียกว่า sheet 1 อยู่ ให้เราคลิก แล้วเลือก duplicate เพื่อก๊อบหน้านี้ให้มีอีก 6 หน้าใน file เดียว เราจะเอา tab พวกนี้ใช้ในการแยกจดศัพท์ตาม alphabet



เมื่อได้เป็น 6 tab แล้วให้ double click เพื่อเปลี่ยนชื่อ tab ตามรูปค่ะ



จะสังเกตุว่า tab สุดท้ายชื่อว่า interesting sentences เอาไว้จดประโยคที่น่าสนใจ ให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบ excel นิดหน่อย
เปลี่ยน column เป็น sentence กับ translation



คราวนี้เราก็ได้สมุดจดที่เราใช้จด หรือเปิดดูที่ไหนก็ได้แล้วล่ะค่ะ
อ่อ เวลา save ก็กด ctrl + s นะคะ ปกติมันจะ auto save ให้อยู่แล้วค่ะ แต่กันเหนียวเผื่อลืม


เรามีสมุดจดศัพท์แล้ว แต่เราต้องมีกฏการใช้งานซักนิด
1.    จด “ทุกครั้ง” ย้ำว่า “ทุกครั้ง” ที่เจอศัพท์แปลกๆและน่าสนใจ …
2.    หาตัวอย่างของการใช้งานมาด้วย … ช่อง example สำคัญมากค่ะ บางคนไม่ให้ความสนใจ คิดว่าจำศัพท์อย่างเดียวพอ แต่ไม่ใช่ค่ะ สมองคนเราจะจำได้แม่นถ้าเราจำผ่านความเข้าใจค่ะ ตัวอย่างของการใช้งานจะทำให้เราเข้าใจรูปแบบการใช้ สมมติไปเจอคำว่า screw แต่จดแค่คำแปลซึ่งแปลว่าสลักเกลียว (หรือสกรูถ้าเรียกทับศัพท์) แต่จริงๆแล้ว screw เป็นคำด่าก็ได้เช่นกัน ถ้าเรามาเปิดอีกทีโดยไม่มีตัวอย่าง เราอาจจะจำคำแปลได้แบบเดียว ส่วนอีกแบบนึง ลืมไปแล้วว่ามีความหมายหรือใช้งานยังไง
3.    เวลาไปเจอคำศัพท์เดิมที่ผ่านตามาแต่จำไม่ได้ ให้เปิดดูทุกครั้ง “ทันที”
หลายครั้งที่เราเจอคำศัพท์แล้วรู้ว่าเคยเจอแต่จำคำแปลไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่อย่าปล่อยให้ตัวเองลืมคำแปลแบบนั้นต่อไป ให้เปิดดู docs ที่เราสร้างขึ้นมาทันทีพร้อมทบทวนตัวอย่าง จะทำให้เราจดจำได้ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
ทุกข้อที่ว่ามา มีข้อแม้นิดเดียวว่า ต้องทำ “ทันที” เพื่อทำให้เราจำได้ดีขึ้น
เห็นมั้ยว่าสมุดจด พกได้ทุกที่ทุกเวลาดีแค่ไหน


*แก้ไขคำผิดค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ 
ความคิดเห็นที่ 2
ต่อไปคือ dictionary ที่ใช้ง่ายมากกกกก แค่ double click!!!
เวลาอ่าน article หรือเนื้อหาอะไรที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วเบื่อที่จะต้องไปเปิดโปรแกรม dictionary อีกอันนึงแล้วก็พิมพ์แล้วกด enter แล้วถึงจะเจอศัพท์มั้ยคะ บางทีมันเป็นอุปสรรคมากสำหรับเรา เวลาเปิดเว็บอ่านเพลินๆ เจอศัพท์ใหม่ๆก็ต้องคลิกโน่นนี่เสียเวลา เราเน้นอะไรง่ายๆแต่ effective ค่ะ มาดูดีกว่าว่าทำยังไงดียังไง

ดิกดีๆ ดิกฟรีๆ ใช้ง่ายๆ มีในโลก!!
ก่อนอื่น โหลด chrome browser ของ google มาก่อนค่ะ หลังจากนั้นไปที่
https://chrome.google.com/webstore/detail/google-dictionary-by-goog/mgijmajocgfcbeboacabfgobmjgjcoja



จากนั้นคลิกปุ่มสีฟ้าๆ add to chrome ค่ะ รอติดตั้งซักพักนึงจะมีสมุดสีแดงด้านขวาบน



ตอนนี้ google dictionary ยังไม่ support ภาษาไทย เรามาทำให้ support กัน
เข้าไปที่ C:\Users\[ชื่อ username หรือ account]\AppData\Local\Google\Chrome\User Data\Default\Extensions\mgijmajocgfcbeboacabfgobmjgjcoja\4.0.1_0 จากนั้นเล็งไว้ที่ file options ค่ะ




ให้เรา คลิกขวาที่ file option > open with > เลือก word pad ค่ะ



จากนั้นเพิ่มประโยค <option value="th">Thai</option> ไว้ข้างล่าง Spanish ค่ะ



จากนั้นปิดและเปิด chrome ขึ้นมาใหม่ ไปที่ icon dictionary สีแดงๆขวาบน คลิกขวาเลือก option ค่ะ ให้เลือก my language เป็นภาษาไทยแล้วกด save



แค่นี้เราก็ใช้ dictionary ฟรีๆใน chrome แล้วค่ะ มาทดสอบ double-click ปุ๊บรู้ศัพท์ปั๊บดีกว่า



คราวนี้เวลาเล่นเน็ต เราทำแค่นี้ก็รู้ศัพท์เลย ไม่ต้องไปเปิด dictionary ให้เสียเวลา ของฟรี ของดี มีในโลกค่ะ



Dictionary อีกแบบ แบบไม่ต้องลง extension
แค่เปิด chrome พิมพ์คำว่า “define:” ใน แถบ URL ตามด้วยคำศัพท์ที่อยากจะเปิด คุณก็ได้คำแปลแล้วค่ะ ไม่เชื่อลองดู






เจอ slang แปลกๆ ไม่มีใน dictionary ปกติ หรือแปลออกมาไม่เห็นจะเข้าท่าเลย ทำยังไงดีนะ



ใช้เว็บ www.urbandictionary.com  ช่วยค่ะ



เราก็จะได้คำอธิบายค่ะ แต่เป็นภาษาอังกฤษนะ

ความคิดเห็นที่ 3
แก้ไขข้อความเมื่อ 
ความคิดเห็นที่ 4
Step 3 ฝึก
เมื่อเรามีสมุดจดและ dictionary แล้ว รออะไร ลุยเลย
ตัวอย่างที่ 1 เล่นเกมแล้วเจอศัพท์ (ใครว่าเล่นเกมแล้วไม่มีประโยชน์ ขอเถียงเลยค่ะ)



คำว่า mothball แปลว่าอะไรไม่เคยเจอ เราก็ใช้ dictionary ข้างบนในการหาคำแปล แล้วจดลงไปในสมุดจดที่เราสร้างเอาไว้ อย่าลืมจดตัวอย่างการใช้งานลงไปด้วยในช่อง example


ตัวอย่างที่ 2 ดูซีรีส์ ควรดูแบบ
-    รอบแรก soundtrack + subtitle ภาษาไทย ดูให้รู้เนื้อเรื่องจับใจความให้ได้
-    รอบสอง soundtrack + subtitle ภาษาอังกฤษ รอบนี้ดูเอาคำศัพท์ที่น่าสนใจ ไม่จำเป็นต้องจดทุกคำที่เจอ จดคำที่คิดว่าน่าสนใจและน่าจะมีโอกาสเอาไปใช้



ฝึกจาก page เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
เน้นอ่านและจำตัวอย่างที่เราสนใจ ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องจำได้ครั้งแรก พอมาเจอครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 จะจำได้เอง ซึ่งอาจจะใช้วิธีการเข้ามาดู page บ่อยๆ และทบทวนตัวเองว่าจำได้หรือไม่

Page อาจารย์ Adam
-    มีการยกตัวอย่างเหตุการณ์ต่างๆ อ่านง่าย เข้าใจง่าย มีคำแปล
-    มีคลิปการใช้งานภาษาอังกฤษที่ดีมากๆ ใช้ได้จริง
-    เจ้าของ page เป็นเจ้าของภาษา และเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษด้วยค่ะ
-    Update บ่อย



เพจ TOEIC ตีแผ่แบไต๋ สอบอย่างไรให้ได้คะแนน 900+
-    มีตัวอย่างข้อสอบแบบ choice ให้ลองทำพร้อมเฉลย
-    Update อยู่เรื่อยๆ



Twitter ของ Andrew Biggs
-    คุณ Andrew จะมาตอบคำถามใน twitter วันละครั้งค่ะ เราสามารถถามตอบได้ผ่าน twitter โดยตรงเลยค่ะ
-    ในคำถามแลกเปลี่ยนนั้นเราจะได้รู้อะไรใหม่ๆทุกวันพร้อมทั้งตัวอย่างการใช้งานชัดเจนค่ะ





เรียนรู้จาก youtube
Channel ของอาจารย์ Adam http://www.youtube.com/user/jadambrad




Channel kungsuayjung http://www.youtube.com/user/kungsuayjung
-    สาวๆน่าจะชอบ เป็นรีวิวเครื่องสำอางค์ค่ะ ที่จะมี 2 เวอร์ชั่น ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ฝึกภาษาได้ดีมากๆเลยค่ะ
-    เจ้าของ channel เป็นคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ใช้ภาษาอังกฤษเป๊ะค่ะ



Channel http://www.youtube.com/user/RinSilpachai
-    เป็น channel ของสาวไทยใช้ชีวิตในเมืองนอกและสอนทำอาหาร พูดอังกฤษและอธิบายเป็นภาษาไทยด้วยค่ะ ฝึกภาษาอังกฤษได้ดีมากๆ ดูแล้วหิวอีกต่างหาก






ทิ้งท้ายไว้นิดนึงค่ะ อย่าหมดกำลังใจในการฝึกภาษา ภาษาเราสามารถเรียนรู้ได้ทุกวันไม่ต้องเปิดหนังสือ ขอแค่ให้พยายาม บอกตัวเองว่าทำได้แน่ๆ ซักวันก็จะเก่งภาษาอังกฤษค่ะ

เราไม่เคยไปเรียนภาษาต่างประเทศ เคยแต่เรียนหลักสูตรนานาชาติในเมืองไทย หลังจากจบมหาลัยแล้วเราแทบจะไม่เปิดหนังสือภาษาอังกฤษเลยค่ะ แต่ศึกษาเอาข้างนอกเพื่อสร้างความคุ้นเคยในภาษา เราสอบ Toeic ได้คะแนน 880 แบบแทบไม่แตะหนังสือค่ะ ไม่ได้เรียนคอร์สเพิ่ม ไม่ใช่เพราะเก่ง แต่เราอาศัยฝึกจนเคยชิน ใช่คล่องมากกว่า มีคนเก่งกว่าเราอีกมาก เหนือฟ้ายังมีฟ้า อย่าเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับคนที่เก่งมากๆแล้ว แต่เอาพวกเค้าเหล่านั้นเป็นแรงบรรดาลใจให้ตัวเราเก่งขึ้นไปกว่านี้ได้อีก

ขอบคุณที่อ่านนะคะ ยาวมากเลย ผิดถูกยังไงแนะนำได้นะคะ ไปแล้วค่ะ


ขอเพิ่มเติมต่อท้ายนิดนึงนะคะ
ขอขอบคุณพ่อกับแม่ที่สนับสนุนเรื่องภาษามาตั้งแต่เด็กทำให้สามารถมาเขียนกระทู้นี้แชร์ให้กับทุกคนได้ค่ะ ^_^
แก้ไขข้อความเมื่อ 
ความคิดเห็นที่ 5
ทำหลายอย่างใกล้เคียงกันเลยค่ะ ยกเว้นจดศัพท์555 ทั้งดู youtube อ่านข่าวภาษาอังกฤษทุกวันทั้งของไทยและต่างประเทศ ฟังข่าวจากCNN BBC อ่านบล็อกต่างประเทศ พอทำทุกวันซ้ำๆ ทักษะการอ่านการฟังเราดีขึ้นตามลำดับเลยค่ะ

จากแต่ก่อนท้อมาก ฟังไม่ออก ฟังไม่เข้าใจ ตอนนั้นพยายามมากเกินไป เลยทำให้กดดัน เดี๋ยวนี้เลยนั่งฟังเฉยๆ จากแต่ก่อนรู้สึกว่าเค้าพูดเร็วจัง เดี๋ยวนี้เหมือนหูสามารถปรับจูนความเร็วได้แล้ว เลยฟังเหมือนเค้าพูดช้าลง ทั้งๆที่เค้าก็พูดเร็วเท่าเดิม แต่เราพัฒนาขึ้น555 แอบฮึดเล็กๆ

##ชอบจังเลยเวลามีใครมาแนะนำหลักการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง มันเป็นประโยชน์ต่อใครหลายๆคนที่กำลังเพิ่มทักษะการเรียนภาษาให้ดีขึ้น ขอบคุณจขกท.มากๆนะคะ ว่าแล้วก็เก็บเข้าคลังกระทู้ด่วน อิอิ##
แก้ไขข้อความเมื่อ 
ความคิดเห็นที่ 6
ผมดูซี่รี่ยอย่างเดียวเลยยย ช่วยได้ไหม55 แกรมม่าผมเน่ามากครับผม
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณมากครับ เป็นประโยชน์มากๆ เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 8
นั่งก่อน
ความคิดเห็นที่ 9
น่าสนใจครับ
ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณมากค่ะ ดีมากๆ
ความคิดเห็นที่ 11
ดี

ผมอาศัยเริ่มอ่านเยอะๆ เรื่องอื่นมาเอง
ความคิดเห็นที่ 12
มาปรบมือให้ครับ
ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณเทคนิคดี ๆ ที่มาแบ่งปันครับ
ความคิดเห็นที่ 14
ขอบคุณครับ ตอนนี้ก็กำลังเรียนอังกฤษด้วยตัวเองเหมือนกัน มีกำลังใจขึ้นอีกนิด ยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 15
เหมือนกันเลย
ความคิดเห็นที่ 16
โอ้ เล่น Dead Space 2 ด้วยรึครับ เป็นผู้ ญ ที่มีรสนิยมไม่ธรรมดานะเนี่ย เฮะ เฮะ หัวเราะ

อะ เค ผมมีข้อแนะนำเพิ่มเติมนะครับ คือการอ่าน Manga แบบ ENG อ่ะครับ ซึ่งสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าวิธีอื่น เห็นคุณชอบอ่านการ์ตูนแล้ว คิดว่าไม่น่าพลาด ลองค้น google หาเอานะครับมีอยู่หลายเว็บ

นอกจากนี้ การดูการ์ตูนแบบ Dub Eng ไปเลยก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยได้เยอะครับ ดูการ์ตูนจะง่ายกว่าฟังจากหนังครับ เพราะจะพูดชัดคำกว่ามาก

ตย. เรื่องซามูไรพเนจรเคนชิน
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

มีหลายเรื่องนะ ลองหาดูใน youtube เอาครับ

ปล.ผมก็ใช้วิธีจดเอาใน excel เหมือนกันครับ ไม่นึกว่าจะมีคนทำแบบผม แต่อย่าลืมจดการออกเสียงสำหรับคำยากๆด้วยนะคับ บางทีเรารู้ศัพท์นั้น แต่ไม่รู้การออกเสียงที่ถูกต้อง เราก็จะพูดคำนั้นไม่ได้ เวลาฟัง เราก็ฟังไม่ออกอยู่ดีครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ 
ความคิดเห็นที่ 17
ขอบคุณค่ะสำหรับแนวทางดีๆในการฝึกภาษาอังกฤษ
ความคิดเห็นที่ 18
เจ๋ง!!!!
ขอบคุณมากค่ะ ได้ประโยชน์เยอะเลย เราก็พยายามเรียนร็ด้วยตัวเองอยู่ที่บ้าน
เคยลงคอร์สแล้วเรียนไม่หนุกเลย ช่วงนี้เลยได้แต่ฝึกวิทยายุทธ์อยู่ที่บ้านแบบสบายๆ ดีกว่า
เหนื่อยก็นอน ว่างก็ดูหนังฟังเพลง
ไม่ต้องเข้าไป lecture กับคอร์สที่ไหน
หาแหล่งเรียนฟรีได้ในเน็ตมีเยอะแยะ e-learning ฟรีๆ หรือราคาไม่เกินพันก็ยังเรียนสบายกว่า...
สู้สู้นะคะทุกคน
ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากค่ะ เราทำตามที่แนะนำและมาปรับใช้ สะดวกมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
ขอบคุณมากครับ  ตอนนี้ผมก็ฝึกดูหนังแบบ ซับอังกกฤษอยู่
พื้นฐานห่วยแตกมาก  แต่อาศัย จับใจความเอาเช่นกัน
ตอนไหนไม่รู้เรื่องก็กดหยูด แล้วมาแปลภาษาก่อนจะกดเล่นต่อ
ไม่รู้จะเก่งขึ้น หรือ จะไปสนทนากับใครได้หรือเปล่า
แต่เพื่อนที่เก่งๆก็แนะนำมา ให้ดูในยูทูป ได้ผลดี ไปเรียน ได้ผลน้อย
ความคิดเห็นที่ 20
แปะไว้ๆ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 21
น่าสนใจมากค่ะ แต่ยังไม่มีเวลาอ่านเต็มๆ เดี๋ยวกลับมาใหม่ ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำเยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 22
ขอบคุณสำหรับ สิ่งดีๆ ที่นำมาแนะนำกันครับ   เป็นอีกหนึ่งกระทู้ที่จะต้อง เก็บไว้เป็น คลังความรู้ดี ๆ ครับ ...   ผมแนะนำ สำหรับคนที่อยากฟัง ภาษาอังกฤษแบบ ช้า  ๆ หน่อย   ลองดู ที่ channel นี้ครับ  ได้ไอเดียดี ๆ สร้างสรรค์ และได้ฝึกภาษาอังกฤษอย่างมาก ๆ เลยครับ
TED talks ...
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

ENGVID .. 
เป็นอีก Channel ที่เน้นสอน แบบในห้องเรียน ด้วยเจ้าของภาษา แบบง่าย ๆ แต่เน้นพวก ไวยากรณ์ และหลายเรื่องราวน่าสนใจ
   ครู จะพุดภาษาอังกฤษอย่างเดียว  ดูแล้วเหมือน นั่งในห้องเรียนเลย อารมณ์แบบนั้นเลยเชียว   เราเลือกอาจารย์สอน เลือกเนื้อหาได้เอง มีหลากหลายเยอะมาก ๆ ครับ  ...

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ความคิดเห็นที่ 23
How to Remember Vocabulary


    เชื่อว่า การจำคำศัพท์ เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่หลายคน อยากจะทำได้  ผมว่า คลิปนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยครับ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ความคิดเห็นที่ 24
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 25
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ  เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 26
ขอบคุณากค่ะๆ
ความคิดเห็นที่ 27
ดูหนัง กับฟังเพลง แล้วก็ร้อง คาราโอเกะ อ่ะ
ความคิดเห็นที่ 28
เราอ่านนิยายโรมานซ์ภาษาอังกฤษอ่ะ
กับดูซีรีส์แบบไม่มีซับ ส่วนมากจะฟังได้แต่สำเนียง US ถ้าเป็น UK นี่มีมึน = =
ความคิดเห็นที่ 29
เราใช้วิธีดูซีรีย์เอา สรุปตอนนี้ฟังออก แต่มีปัญหาเวลาพูด ต้องตั้งสติก่อน 3 วิ
ความคิดเห็นที่ 30
ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 31
ดูซีรีส์ฝรั่งเยอะ ๆ ค่ะ  แต่ปัญหาคือ ถ้าช่วงไหนดูซีรีส์วัยรุ่น  ศัพท์จะทันสมัยมาก คำอุทาน คำด่าจะวัยรุ่นสุด ๆ ตาม
ช่วงไหนดูซีรีส์สืบสวนบ่อย  ศัพท์ปัญหาอาชญกรรม  ฆาตกรรมจะมาเลย 

ปัญหาต่อมา คือไม่กล้าพูด เพราะในชีวิตจริงเราไม่รู้จะไปพูดภาษาอังกฤษกับใคร  เราเลยจัดการส่งตัวเองไป ต่างประเทศ คนเดียว 4 วันเลย
เลือกสิงคโปร์ เพราะใกล้ ง่าย ปลอดภัย  ทำให้อาการกลัวการพูดภาษาอังกฤษเราหายไปเลย  เพราะตอนนั้น ถ้าไม่พูดก็หลง ไม่พูดก็ไม่มีอะไรกิน

แต่ปัญหาที่แก้ไม่หายก็คือเรื่องแกรมม่า  เขียนเรียงความทีไร เหมือนคอมโดนน้ำสาด  เอ๋อไปพักใหญ่เลย = =
ความคิดเห็นที่ 32
So good.
ความคิดเห็นที่ 33
เห็นด้วยกับ จขกท. ว่าจะพูดภาษา(ไหนก็ตาม) ไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัวคนเขาว่าผิด ว่ากระแดะ ค่ะ
พูดชัด กับ กระแดะ ไม่ได้เหมือนกันเลย ---- สมัยก่อนก็ไม่กล้าพูดค่ะ เจอฝรั่งแล้วใบ้รับประทาน แต่ฝึกสำเนียงกับการดูซีรี่ย์ ฟังเพลง ดูหนัง นี่ล่ะค่ะ (ถ้าจะฝึกกับคน ก็ดูสำเนียงเขาหน่อยนะ) ตอนนี้เจอฝรั่งไม่กลัวแล้ว เจอคนไหนเขาก็ว่าฟังเรารู้เรื่องนะ

แนะนำเพิ่มเติม ยูทูบก็เป็นหนึ่งที่ตัวช่วยฝึกภาษาได้นะคะ
มีหลายแชนแนลที่ดูดีมีสาระ แถมสนุกเพลิดเพลิน ไม่น่าเบื่อด้วย
อย่างอันนี้ รายการดังคือ Teens react to / kids react to / elders react to / youtubers react to

อันนี้ของฝั่งสำเนียงอเมริกันนะคะ
ลองดูค่ะ สนุกมาก อาจพูดเร็วไปบ้าง แต่เข้าใจไม่ยาก ดูแล้วได้มุมมองใหม่ๆด้วย

หรือเอาง่ายๆคือ ชอบกิจกรรมอะไรก็ตาม ก็ดูยูทูบในเรื่องนั้นๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษค่ะ
สารคดี-กีฬา-ข่าว-บันเทิง-ละคร-สร้างสรรค์ บลาๆๆๆๆ
*ใช้สิ่งที่ชอบเป็นตัวเชื่อมให้เราซึมซับภาษาไปในตัว*
ความคิดเห็นที่ 34
สาวแว่นจุ๊บๆ ขอบคุณมากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 35
แปะ เดี๋ยวมาอ่าน
ความคิดเห็นที่ 36
เยี่ยมแปะไว้ค่ะ เราว่าภาษาอังกฤษจะเก่งได้ถ้าได้ใช้จริงอยู่เป็นประจำ ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน
ความคิดเห็นที่ 37
ลงชื่อไว้ก่อนค่ะ เดี๋ยวมาอ่านรายละเอียดอีกที

ขอบคุณมากค่ะ ^ ^
ความคิดเห็นที่ 38
ขอแปะค่า ขอบคุณมากค่า นานาขอบคุณ
ความคิดเห็นที่ 39
ก่อนหน้านี้ถอดใจกับการฝึกภาษาไปพักนึง มาเจอเพจนี้ ต้องกลับไปฝึกทันทีเลย
เคล็ดลับดีๆทำง่ายด้วย (ยกเว้นจดศัพท์นะคะ ขี้เกียจไปหน่อย)
ขอบคุณมากๆค่าที่มาแบ่งปันสิ่งดีดี ยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 40
เราออกตัวก่อนะคะว่าเราก็ไม่ได้เก่งภาษามาก
แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราต้องทำงานกับทั้งเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน และลูกค้าต่างชาติ
และนั่นเป็นแรงผลักดันให้เราฝึกฝนและพัฒนาตัวเองมาถึงทุกวันนี้ค่ะ

เราเองมีหลักการคล้ายๆ เจ้าของกระทู้
คือ ดูหนัง ซีรี่ย์ ฟังเพลง และอ่านหนังสือค่ะ
ทั้งหนังและซีรี่ย์เราจะดูซับอิงค์ นอกจากขี้เกียจและซี่รี่ย์ที่ติดมากๆ  จะดูซับไทยเพราะอยากรู้เรื่องเร็วๆ
ถ้าหนังเราแนะนำพวหหนังรักๆใคร่ๆเลยค่ะดูง่าย ศัพท์ง่ายไม่ยาก
อย่างหนังที่สร้างจากหนังสือของ Nicholas Sparks ค่ะ สนุกและเข้าใจง่าย

การดูหนังพวกนี้ยังช่วยให้เรารู้พวกการใช้รูปประโยค สำนวน แสลงต่างๆ
เช่น Question tag หรือ Negative question ที่เมื่อก่อนเราไม่เคยใช้เลย มีแต่รูปประโยคตามที่เรียนมา

และที่สำคัญที่สุดคือการฝึกฝนและใช้จริง
อย่าอายหรือกลัวที่จะออกเสียผิด พูดผิดค่ะ ถ้าผิดแล้วมีคนบอกเราว่าสิ่งที่ถูกคืออะไรก็จำไว้
หรือถ้าฟังไม่ทันก็บอกคู่สนทนาให้พูดช้าๆค่ะ อย่าไปกลัวค่ะ เราไม่ได้เป็นเจ้าของภาษาค่ะ
เพราะฉะนั้นจะให้เราพูดเก่าคล่องเหมือนเจ้าของภาษานั้นต้องฝึกฝนค่ะ
เราเองถูกเจ้าของภาษาแก้มาเยอะค่ะ ทั้งสำเนียง การใช้คำศัพท์ และการเขียน

ฝึกภาษาก็เหมือนเล่นกีฬาอ่ะคะ ต้องมีวินัย ฝึกฝนและทำซ้ำๆค่ะ ไม่อยากค่ะ ;)
แก้ไขข้อความเมื่อ 
ความคิดเห็นที่ 41
ขอแชร์มั่งนะคะ

ภาษาอังกฤษเราค่อนข้างจะใช้ได้เลยค่ะ สปีคทีไรฝรั่งเป็นต้องชม
แต่เวลาฟังก็ยังรู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่งอยู่นะ 555
ซึ่งวิธีของเราคือฝึกผ่านการฟังเพลงตั้งแต่เด็กๆ ค่ะ จำคำศัพท์ได้ก็เพราะชอบฟังเพลงจริงๆ
เริ่มตั้งแต่สมัย ม.ปลายเนอะ ชอบฟังเพลงภาษาอังกฤษ แล้วก็หัดร้องตาม พร้อมๆ กับแปลเนื้อไปด้วย
ทีนี้พอเรารู้ว่าคำนี้มันแปลว่าอะไร ท่อนนี้เค้าร้องว่าอะไร โดยที่เราก็ร้องเพลงนั้นได้เนี่ย
เราก็จะสามารถจำศัพท์ในเพลงนั้นได้ทั้งเพลงเลยค่ะ และของแถมที่ได้มาก็คือ
เมื่อเราพยายามหัดร้อง หัดออกเสียงตามเพลง สำเนียงการพูดของเราก็ดีตามไปด้วย
และแถมเมื่อเราเข้าใจเนื้อหาของเพลง ยังทำให้เราคุ้นเคยกับเทนส์ต่างๆ ด้วยค่ะ
ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเนี่ย ตอนเรียนในห้องเรียน ตั้งแต่เด็กๆจนมหาลัย เราไม่รู้แกรมม่าเลย
นอกจากเทนส์หลัก 3 เทนส์แรก แต่กลับใช้ประโยคได้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็เป็นผลมาจากการ
ฟังเพลงนี่แหล่ะค่ะ มารู้เรื่องเข้าใจแกรมม่าจริงๆ ก็อีตอนลงเรียนที่วอลล์สตรีท ถึงมารู้ว่า อ๋อๆ โครงสร้าง
แต่ละเทนส์มันแบบนี้นะ ใช้ในเหตุการณ์งี้ๆ นะ คือไม่เคยจำไม่เคยสนใจ เรื่องเทนส์เลยจริงๆ
เพราะว่าเวลาเราใช้งาน เราไม่มีเวลามานั่งนึกหรอกค่ะ ว่านี่พูดตอนไหน ใช้เวิร์บช่องไหน
มันออกมาเองตามความคุ้นชินมากกว่า

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่เราเล่ามาเนี่ย มันก็ใช้เวลาในการสะสมประสบการณ์เนอะ ไม่ได้เกิดขึ้นปุบปับ
อาศัยว่าชอบฟังเพลงสากล และอยากรู้ว่าเค้าร้องว่าอะไรเท่านั้นเอง
แต่แนะนำเพื่อนไปกี่คน ก็ไม่เห็นเคยมีใครทำตามเราซักคนเลย 555
ถ้าใครชอบฟังเพลง ร้องเพลงสากลอยู่แล้ว ลองทำดูก็ได้นะคะ เราว่าไม่เสียหลายค่าา
ความคิดเห็นที่ 42
ถาม จขกท ครับ
ผมโหลด google doc มาแล้วในมือถือ

เข้าไปดูได้ แต่จดศัพท์เพิ่มไม่ได้
(เพิ่มศัพท์ในคอมได้ เปิดดูในมือถือได้ แต่เพิ่มศัพท์ในมือถือไม่ได้ )
ทำยังไงหรอครับ ช่วยแนะนำที


แก้ไขข้อความ
เพิ่มรูปตัวอย่าง ที่ผมลองทำครับ


แก้ไขข้อความเมื่อ 
ความคิดเห็นที่ 43
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 44
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 45
ขอบคุณครับ ทำให้อยากเรียนรู้ขึ้นมาเลย เคยลองฟังฝรั่งพูดในลิฟหรือรถไฟฟ้า พยายามจับใจความว่าเค้าพูดอะไรกัน  แต่ฟังแทบไม่ออกเลย บางทีฟังแล้วกว่าจะแปลประโยคนั้นออก เค้าก็พูดกันไปไกลและ เดี๋ยวจะลองเอาไปใช้ดูนะครับ
ความคิดเห็นที่ 46
ขอบคุณมากนะคะ

จะพยายามต่อไปค่ะ

ฮึบบบบบบ
ความคิดเห็นที่ 47
ขอบคุณจขกท มากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 48
กำลังฝึกอยู่เลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ อมยิ้ม17
ความคิดเห็นที่ 49
ขอบคุณคร้าบบบ สุดยอดเลยฮะ ยิ้ม)
ความคิดเห็นที่ 50
ขอบคุณนะคะ  พาพันชอบ
ความคิดเห็นที่ 51
ของคุนค่ะ หัวเราะ
ความคิดเห็นที่ 52
เดี๋ยวกลับมาอ่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 53
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 54
ขอบคุณค่ะ มีประโยชน์มากๆเลย ประหลาดใจ
ความคิดเห็นที่ 55
คือ มันดีอ่ะ อย่าง google doc เราว่ามันมีประโยชน์มากนะ แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์ ที่โง่ไปกว่านั้น ทุกวันนี้จดลงสมุด ซึ่งมีหลายเล่มมาก จดไว้เล่มไหนก็ไม่รู้ กระจัดกระจาย ใส่เศษกระดาษก็มี ขอบคุณมากสำหรับการแชร์ประโยชน์นี้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 56
เยี่ยมอมยิ้ม17นานาขอบคุณนานาเยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 57
ขอบคุณมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 58
เยี่ยมครับ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นตัวกระตุ้นที่ดีให้กับหลายๆท่านที่ต้องการพัฒนาตัวเอง

ความจริงภาษาอังกฤษอยู่รอบตัวเราแหละครับ หากสังเกตและรู้จักหาคำตอบ
เช่น กล่องขนม แพ็คคุกกี้ ฉลากเครื่องสำอาง และอื่นๆ ต่างก็มีศัพท์ที่เราสามารถจดจำได้

ปล. ผมเจอหลายคนที่บอกว่า เราไม่ดูหนัง ซี่รีย์ ฟังเพลง ภาษาอังกฤษ มันก็เลยไม่ได้เรียนรู้
จริงๆ อยากจะพัฒนาก็ต้องมีปรับกันบ้าง ฝืนใจบ้าง และสุดท้ายอยากให้คิดครับ "เรียนภาษาต้องใช้เวลา และความสม่ำเสมอเป็นปีๆ"
จะได้ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพราะนั่นคือความจริง ไม่มีความสำเร็จได้มาง่ายๆ คนที่พูดกันคล่องๆ อายุน้อยๆ เบื้องหลังมันมีความพยายามอยู่เสมอครับ
ความคิดเห็นที่ 59
เยี่ยมมากครับ จุ๊บๆจุ๊บๆจุ๊บๆ
ความคิดเห็นที่ 60
ปักค่ะ
ความคิดเห็นที่ 61
อยู่ที่เรียนรู้  อยู่ที่ยอมร๊าบบบมานนน
ความคิดเห็นที่ 62
ใครที่เข้าไปแล้วไม่เจอลองอันนี้ดูนะคะ เราเปิดมั่วๆก็เจอมาค่ะ >> C:\Users\[ชื่อ Users]\AppData\Local\Google\Chrome\User Data\Profile 1\Extensions\mgijmajocgfcbeboacabfgobmjgjcoja\4.0.1_0


ขอบคุณ จขกท.มากเลยนะคะ ชอบมากๆ
ความคิดเห็นที่ 63
Save point ขอบคุณมากๆครับ
ความคิดเห็นที่ 64
ปักหมุด
ความคิดเห็นที่ 65
ชื่นชม จขกท มากๆฮะ
ความคิดเห็นที่ 66
มีประโยชน์มากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 67
เยี่ยมเยี่ยมเยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 68
ขอแนะนำอีก Channel นึงครับ ที่ผมเคยใช้ฝึกพูด คิดว่าคงจะเหมาะกับสาวๆ มากๆ
https://www.youtube.com/user/danisnotonfire?feature=watch

Updated: ใส่รูปเพิ่มให้ละกัน เผื่อไม่มีคนสนใจโพสผม

ถ้าอยากฝึกพูด แนะนำเทคนิคชื่อ Speech Shadowing ลอง Google ดูนะครับ (อาจารย์ระดับพระกาฬสอนมา แต่ผมก็ขี้เกียดฝึก)
ถ้าใช้ Speech Shadowing กับ YouTube channel ข้างบนจะได้ผลมากๆ ไม่เชื่อลองดู!!

อีกอย่างคือ นั่งในห้อง หยิบหนังสือมาอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษให้ดังๆ และถูกต้อง
ให้เรารู้ว่าคำนี้ควรออกเสียงยังไง ต่อไปมันจะจำได้และออกเสียงได้โดยไม่ต้องคิดครับ

พจนานุกรมอีกตัวคือ WordWeb ครับ ซึ่งสามารถเป็น on-sreen dictionary ได้ในทุกแอ๊พพลิเคชั่นครับ
สะดวกมากเวลาอ่าน pdf หรือใช้ browser ตัวอื่น
แก้ไขข้อความเมื่อ 
ความคิดเห็นที่ 69
กด Vote ครับ
ความคิดเห็นที่ 70
ขอบคุณครับ จะลองทำดูครับ
ความคิดเห็นที่ 71
เยี่ยม ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 72
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำที่ดีเช่นนี้ครับผม
ความคิดเห็นที่ 73
มีประโยชน์มาก..ขอบคุณนะคะ ที่มีน้ำใจ ที่เอามาแชร์กันค่ะ
เยี่ยม ยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 74
พาพันขอบคุณเยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 75
กราบเลยค่ะ เรื่องดิกนี่ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ต้องก็อปไปแปลอีกทีตลอดด
ตอนนี้พยายามอยู่เหมือนกันค่ะ เรียนเอกไทย โทอิ้ง แต่จะตามเพื่อนไม่ทันแล้ว T_T
กระทู้นี้มีประโยชน์มากๆค่ะ จขกท.ใจดีจัง ขอบคุณมากๆนะคะ

พาพันขอบคุณ
ความคิดเห็นที่ 76
  อีกเรื่องที่สำคัญ สำหรับการฝึกฝน ภาษาอังกฤษ ก็คือ " ความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ "  นะครับ  ภาษาอังกฤษ เป็นทักษะที่จำเป็นต้อง อาศัยการฝึกฝน เรียนรู้ และนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง จนเกิด ทักษะ  ซึ่ง หากหมั่นใช้เวลา วันละนิด วันหน่อย และค่อย ๆ ฝึกฝนไป  อย่าไปเร่งรัดจนเครียด กดดันจะทำให้เรา ประสบความสำเร็จได้อย่างดี ..... 
ความคิดเห็นที่ 77
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 78
เคล็ดลับอีกอย่างค่ะ remember the sentence not the word itself
จำแค่คำบางทีเราไม่รู้หรอกค่ะว่าเอามาใช้ในบริบทไหนได้
ความคิดเห็นที่ 79
ขอบคุณมากสำหรับการเรียนภาษาต่างประเทศดีๆแบบนี้ครับ  (ไม่ขอเจาะจงภาษาอังกฤษอย่างเดียวนะครับ เพราะอย่างผมเองก็รู้ญี่ปุ่นกับฝรั่งเศสด้วยครับ) จริงๆวิธีข้างต้นผมก็ใช้มาเหมือนกันแต่วินัยคงไม่ได้เท่า จขกท ครับ

ผมก็มีอีกวีธีการเรียนภาษาต่างประเทศมาแนะนำครับ แต่อันนี้ต้องใช้ความพยายามหน่อยนะครับ นั่นก็คือการลองหาบทความที่ชอบภาษาต่างประเทศมาแปลเป็นไทยดูครับ ฟังดูธรรมดาใช่ไหมละครับ อืมยังไม่จบนะครับ  จากนั้นเราแปลภาษาไทยเรากลับไปเป็นภาษาอังกฤษเอาให้ได้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุดแต่จะต้องมีวินัยกับตัวเองนะครับว่าจะไม่แอบเปิดดูต้นฉบับ แล้วทีนี้คุณจะเห็นว่าจุดที่คุณแปลไม่ตรงกับต้นฉบับก็คือสิ่งที่คุณเข้าใจการใช้ภาษาอังกฤษต่างออกไปจากต้นฉบับยังไงละครับ แล้วทีนี้คุณจะเรียนรู้ได้เลยว่าจริงๆแล้วต้องใช้ภาษาอังกฤษแบบไหน ระหว่างที่เราแปลกลับไปให้เหมือนต้นฉบับ บางทีเรายังติดกลิ่นอายภาษาไทยอยู่ก็เลยแปลได้ไม่ตรงครับ
ความคิดเห็นที่ 80
เราเข้าไปแก้ไขข้อความใน word pad ไม่ได้อ่ะค่ะ ลองลากเข้า Note pad มันขึ้นแบบไม่เรียงประโยคให้


ความคิดเห็นที่ 81
ยังมีการเรียนภาษาต่างประเทศอีกวิธีนะครับ  ผมเชื่อว่ามือถือสมัยนี้น่าจะอัดเสียงได้ เวลาเราไปพบคนต่างชาติคุย เราก็อัดเสียงแล้วกลับมาฟังต่อ และหาเวลาสืบค้นคำที่เราไม่รู้ก็ได้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 82
แต็๊งกั้วส ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 83
ขอบคุณครับ ดีมาก ๆ เลยครับ
ความคิดเห็นที่ 84
ขอบคุณมากค่าาาาา
ความคิดเห็นที่ 85
ยิ้มเยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 86
จะลองทำตามครับ
ความคิดเห็นที่ 87
เพี้ยนปูเสื่อรอ
ความคิดเห็นที่ 88
เราว่า ted ต้องเลือกคนดีๆ เพราะสำเนียงหลากหลายมาก แต่ข้อดีคือมี script ให้ เวบแนะนำที่ให้ฝึกคือ VOA จะพูดช้าสามารถพูดตามเพื่อปรับสำเนียงค่ะ มี script ให้แนะนำฟังรอบแรกแบบไม่เปิดตัวอักษร รอบสองฟังแล้วออกเสียงตามค่ะ อีกอันที่ดี BBC Learning English จะมีทั้งศัพท์ ทั้งแกรมม่า เยอะมากฝึกได้ครบเลย หรือจะโหลดลง podcast ฟังระหว่างเดินทาง ted ก็โหลดได้เช่นกันค่ะ ฝึกฟังไปเรื่องเดี๋ยวจะคล่องค่ะ ตอนนี้เรียนไอเอลอยู่อาจารย์เค้าแนะนำวิธีจดศัพท์ ความหมาย และตัวอย่างประโยคเหมือนกันเลยค่ะ เราเป็นเหมือนจขกท.คือเรียนมาแต่ทิ้งนาน ตอนนี้ใช้วิธีเปิดช่องข่าว รายการภาษาอังกฤษทิ้งไว้เลย ฝึก listenning วันนี้ในคลาสมี quiz เราก็ทำได้ค่อนข้างดี ช่วงนี้กำลังตามข่าวเรือเฟอรารี่ล่ม เลยสิงอยู่ช่องนี้ค่ะ

http://www.youtube.com/watch?v=xftu2J77AVw   ข่าวภาษาอังกฤษค่ะ
ความคิดเห็นที่ 89
ขอบคุณมากนะคะ
ความคิดเห็นที่ 90
เก็บไว้อ่านจอใหญ่ครับ ยิ้ม
ความคิดเห็นที่ 91
ผมว่านะ แค่หาเพื่อนชาวต่างชาติสักคน เราก็สามารถเก่งได้แล้ว และจะได้รู้ว่าภาษาอังกฤษของเราใช้ได้หรือเปล่าด้วย
แต่ปัญหาก็คือ จะหายังไงนี่แหละ
ความคิดเห็นที่ 92
สำหรับเครื่อง Mac เพิ่มภาษาไทยยังไงอ่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 93
ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 94
เยี่ยมมาก ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 95
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 96
ใช้โน๊ตบุค ไม่เห็นมี appdata ในโฟลเดอ user เลยค่ะ  จบเลยไปต่อไม่ได้ T T
ความคิดเห็นที่ 97
ทุกวันนี้มีคนถามได้ภาษาจากไหน ตอบเลยว่า เกมส์ หัวเราะ
ความคิดเห็นที่ 98
เยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 99
สำหรับใครที่หา folder AppData ไม่เจอ คห.2-6 2-7 มีคำตอบค่ะ
http://pantip.com/topic/31927561/comment2-6
http://pantip.com/topic/31927561/comment2-7

หรือ เราสามารถพิมพ์ \AppData ต่อท้ายเองได้เลยที่แถบด้านบน
C:\Users\[ชื่อ username] เช่น C:\Users\MyAccount\AppData

ความคิดเห็นที่ 100
ขอเก็บเข้าคลังค่ะ ><
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ มนุษย์เงินเดือน การเรียน