วิธีจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบไม่มีวันลืม!!
หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า "อยากเก่งภาษาอังกฤษก็ท่องศัพท์เยอะๆสิ"
ซึ่งหลายคนก็ได้นำมาใช้ แต่ก็ยังมีคนบอกว่าไม่เห็นจะเก่งขึ้นเลย
เทคนิคนี้อาจจะฟังดูง่ายๆครับ
แต่ถ้าเรานำไปใช้แบบไม่มีกระบวนการเนี่ย
มันก็ไม่ค่อยเกิดประโยชน์หรอกครับ
วันนี้ผมเลยจะมาอธิบายวิธีการนำเคล็ดลับนี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
และแน่นอนครับ ผมจะอธิบายอย่างละเอียด เพื่อๆเพื่อนจะได้นำไปใช้อย่างถูกต้องครับ
อันดับแรกเรามาดูอุปกรณ์ที่เราต้องเตรียมในการ ท่องคำศัพท์ ครับ
ก็มี สมุด 1 เล่ม ดินสอ(หรือปากกา) 1 แท่ง หูฟังหรือลำโพงไว้ฟังการออกเสียงที่ถูกต้องนะครับ (หากอยู่คนเดียวก็เปิดลำโพงเต็มที่เลยครับ หากอยู่กับเพื่อนก็อาจจะไส่หูฟังนิดนึง) โทรศัพท์หรืออะไรก็ได้ที่อัดเสียงได้
และนี้คือเว็ปตัวช่วยของเราครับ
http://www.oxfordlearnersdictionaries.com/wordlist/english/oxford3000/
และแน่นอนเว็ปที่ขาดไม่ได้
https://translate.google.co.th/ ซึ่งเว็ปนี้เวลาเราจะใช้ ให้แปลที่ละคำนะครับ อย่ายกมาวางทั้งประโยค เพราะกูเกิ้ลแปลประโยคได้มั่วมากๆครับ
ที่นี้มาถึงคำถามที่หลายคนอาจเคยถาม
เริ่มท่องศัพท์ตั้งแต่คำไหนดี?
ซึ่งมีหลายคนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง จะท่องคำไหน
ผมขอแนะนำให้ทุุกคนรู้จักกับ
'Oxford 3000 key words' ครับ (ตามลิ้งที่ผมให้ไป)
คือ คำศัพย์ 3000 คำที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ หรือพูดง่ายๆก็คือคำศัพท์ 70% ที่ใช้อยู่ทุกคนวันก็มาจาก 3000 คำนี้และครับ
หลายคนอาจบอกว่า 'เยอะจังตั้ง 3000 แหน่ะ'
เยอะ แต่ทุกคำเราได้ใช้แน่นอนครับ สู้ไว้ครับ
เรามาเริ่มกันเลยครับ
อันดับแรกเข้าไปที่ ลิ้งค์แรกที่ผมให้
เลื่อนมาข้างล่างสักนิดนึง เราจะเจอคำศัพท์เรียงกันยาวตามลำดับตัวอักษร(A-Z)ครับ
ไม่ต้องกดเข้าไปนะครับ เพราะเราสนใจแค่คำศัพท์และวิธีออกเสียงพอ ถ้ากดเข้าไปเขาจะอธิบายความหมายไว้ในภาษาอังกฤษ หรือพูดง่ายๆคือแปลอังกฤษเป็นอังกฤษอีกทีครับ
แต่ถ้าใครจะเข้าไปดูก็ไม่เป็นไรนะครับ
ที่นี้วิธีท่องคำศัพท์ของเราก็คือ ท่องอักษรละ 2 คำต่อวันครับ
เอ๊ะ หลายคนอาจจะงง อักษรละ 2 คำต่อวันยังไงหว่า
ก็คือวันนี้ให้เราท่องคำศัพท์ให้หมวด A-Z อย่างละสองคำ
ก็จะตกอยู่วันละ 52 คำครับ
อาจจะฟังดูเยอะนะ วันละตั้ง 52 ครับ แต่จริงผมว่ามันก็ไม่เยอะเท่าไหร่นะ
แบ่งเวลาท่องออกเป็น 3 ช่วง
เช้าท่อง 15 คำ
เที่ยง 15 คำ
เย็น 15 คำ
ที่เหลือก่อนนอน
ถ้าใครฝืนตัวเองให้ทำจนเป็นนิสัยได้นะ ผมบอกเลยว่าคุณจะพัฒนาเยอะมากครับ
แต่ถ้าใครไม่ไหวจริงๆก็ให้ลดมาเหลือ อักษรละ 1 คำต่อวันก็ได้ครับ
แล้วให้เราจดคำศัพท์ที่เราท่องแต่ละวันลงในสมุดนะครับ
จดแค่ภาษาอังกฤษนะครับ คำแปลภาษาไทยไม่ต้องจด
ก็อย่างที่เคยอธิบายไปในบทความที่แล้วครับ (ลองไปหาอ่านดูตอนที่ 1)
การที่เราไม่จดภาษาไทยไปเนี่ย จะเหมือนเป็นการบังคับให้เราใช้สมองเพื่อจดจำ และเมื่อผ่านไป 2-3 วัน เรากลับมาอ่านจะได้ให้สมองใช้เวลานึกคำศัพท์ที่เราแปลความหมายไม่ได้ วิธีนี้แหละครับจะทำให้เราจำศัพท์ได้เร็วมาก
แล้วไม่ใช้แค่จดอย่างเดียวนะครับ ให้ฟังด้วย
จะเห็นว่ามีปุ่มให้กดอยู่ 2 ปุ่ม สีน้ำเงิน กับสีแดง
ปุ่ม 2 ปุ่มนี้คือเสียงเจ้าของภาษาพูดคำศัพท์ครับ
สีน้ำเงิน คือ สำเนียงอังกฤษ (ฺBritish English)
สีแดง คือ สำเนียงอเมริกัน (American English)
ให้เราเลือกฝึกพูดตาม 1 สำเนียงนะครับ ตาามใจชอบเลย
ให้ลองอัดเสียงดูว่า เวลาเราพูดตามสำเนียงไหน เสียงเราฟังดูเหมือนมากกว่า หากเสียงเราไปทางสำเนียงอังกฤษ ก็ให้ฝึกพูดตามสำเนียงอังกฤษนะครับ แต่ถ้าไปอีกสำเนียงก็ฝึกตามสำเนียงนั้น
ต้องฝึกพูดตามและฟังให้ออกด้วยนะครับ เพื่อครั้งหน้าเราได้ยินหรือได้ใช้ จะได้รู้ว่าต้องออกเสียงยังไงให้ฝรั่งเข้าใจ
อ่อ อย่าลืมแปลความหมายคำศัพท์ด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าพูดได้สำเนียงเป๊ะ แต่ไม่รู้ความหมายก็ไม่ไหวนะครับ :DD
สรุปนะครับ
1.ท่องคำศัพท์อักษรละ 2 คำหรือ 1 คำ ต่อวัน
2.จดแค่ภาษาอังกฤษ
3.บันทึกเสียงตัวเองแล้วฟัง
4.เลียนแบบเสียงให้เหมือนเจ้าของภาษาที่สุด
นี่แหละครับแค่นี้เราก็มีวิธีการท่องคำศัพท์แบบมีประสิทธิภาพแล้ว
แล้วผมบอกได้เลยว่า ได้ใช้ทุกคำแน่นอนครับ
เพราะ คำศัพท์3000นี้ คือคำที่ใช้บ่อยที่สุดคำ
มีทางลัดขนาดนี้แล้ว
อย่าท้อนะครับ
อย่าลืมแชร์ไปให้เพื่อนๆด้วยละ
จะได้เก่งกันเยอะๆ
สุดท้ายก็เหมือนเดิมครับ
สู้ต่อไป
ซึ่งหลายคนก็ได้นำมาใช้ แต่ก็ยังมีคนบอกว่าไม่เห็นจะเก่งขึ้นเลย
เทคนิคนี้อาจจะฟังดูง่ายๆครับ
แต่ถ้าเรานำไปใช้แบบไม่มีกระบวนการเนี่ย
มันก็ไม่ค่อยเกิดประโยชน์หรอกครับ
วันนี้ผมเลยจะมาอธิบายวิธีการนำเคล็ดลับนี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
และแน่นอนครับ ผมจะอธิบายอย่างละเอียด เพื่อๆเพื่อนจะได้นำไปใช้อย่างถูกต้องครับ
อันดับแรกเรามาดูอุปกรณ์ที่เราต้องเตรียมในการ ท่องคำศัพท์ ครับ
ก็มี สมุด 1 เล่ม ดินสอ(หรือปากกา) 1 แท่ง หูฟังหรือลำโพงไว้ฟังการออกเสียงที่ถูกต้องนะครับ (หากอยู่คนเดียวก็เปิดลำโพงเต็มที่เลยครับ หากอยู่กับเพื่อนก็อาจจะไส่หูฟังนิดนึง) โทรศัพท์หรืออะไรก็ได้ที่อัดเสียงได้
และนี้คือเว็ปตัวช่วยของเราครับ
http://www.oxfordlearnersdictionaries.com/wordlist/english/oxford3000/
และแน่นอนเว็ปที่ขาดไม่ได้
https://translate.google.co.th/ ซึ่งเว็ปนี้เวลาเราจะใช้ ให้แปลที่ละคำนะครับ อย่ายกมาวางทั้งประโยค เพราะกูเกิ้ลแปลประโยคได้มั่วมากๆครับ
ที่นี้มาถึงคำถามที่หลายคนอาจเคยถาม
เริ่มท่องศัพท์ตั้งแต่คำไหนดี?
ซึ่งมีหลายคนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง จะท่องคำไหน
ผมขอแนะนำให้ทุุกคนรู้จักกับ
'Oxford 3000 key words' ครับ (ตามลิ้งที่ผมให้ไป)
คือ คำศัพย์ 3000 คำที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ หรือพูดง่ายๆก็คือคำศัพท์ 70% ที่ใช้อยู่ทุกคนวันก็มาจาก 3000 คำนี้และครับ
หลายคนอาจบอกว่า 'เยอะจังตั้ง 3000 แหน่ะ'
เยอะ แต่ทุกคำเราได้ใช้แน่นอนครับ สู้ไว้ครับ
เรามาเริ่มกันเลยครับ
อันดับแรกเข้าไปที่ ลิ้งค์แรกที่ผมให้
เลื่อนมาข้างล่างสักนิดนึง เราจะเจอคำศัพท์เรียงกันยาวตามลำดับตัวอักษร(A-Z)ครับ
ไม่ต้องกดเข้าไปนะครับ เพราะเราสนใจแค่คำศัพท์และวิธีออกเสียงพอ ถ้ากดเข้าไปเขาจะอธิบายความหมายไว้ในภาษาอังกฤษ หรือพูดง่ายๆคือแปลอังกฤษเป็นอังกฤษอีกทีครับ
แต่ถ้าใครจะเข้าไปดูก็ไม่เป็นไรนะครับ
ที่นี้วิธีท่องคำศัพท์ของเราก็คือ ท่องอักษรละ 2 คำต่อวันครับ
เอ๊ะ หลายคนอาจจะงง อักษรละ 2 คำต่อวันยังไงหว่า
ก็คือวันนี้ให้เราท่องคำศัพท์ให้หมวด A-Z อย่างละสองคำ
ก็จะตกอยู่วันละ 52 คำครับ
อาจจะฟังดูเยอะนะ วันละตั้ง 52 ครับ แต่จริงผมว่ามันก็ไม่เยอะเท่าไหร่นะ
แบ่งเวลาท่องออกเป็น 3 ช่วง
เช้าท่อง 15 คำ
เที่ยง 15 คำ
เย็น 15 คำ
ที่เหลือก่อนนอน
ถ้าใครฝืนตัวเองให้ทำจนเป็นนิสัยได้นะ ผมบอกเลยว่าคุณจะพัฒนาเยอะมากครับ
แต่ถ้าใครไม่ไหวจริงๆก็ให้ลดมาเหลือ อักษรละ 1 คำต่อวันก็ได้ครับ
แล้วให้เราจดคำศัพท์ที่เราท่องแต่ละวันลงในสมุดนะครับ
จดแค่ภาษาอังกฤษนะครับ คำแปลภาษาไทยไม่ต้องจด
ก็อย่างที่เคยอธิบายไปในบทความที่แล้วครับ (ลองไปหาอ่านดูตอนที่ 1)
การที่เราไม่จดภาษาไทยไปเนี่ย จะเหมือนเป็นการบังคับให้เราใช้สมองเพื่อจดจำ และเมื่อผ่านไป 2-3 วัน เรากลับมาอ่านจะได้ให้สมองใช้เวลานึกคำศัพท์ที่เราแปลความหมายไม่ได้ วิธีนี้แหละครับจะทำให้เราจำศัพท์ได้เร็วมาก
แล้วไม่ใช้แค่จดอย่างเดียวนะครับ ให้ฟังด้วย
จะเห็นว่ามีปุ่มให้กดอยู่ 2 ปุ่ม สีน้ำเงิน กับสีแดง
ปุ่ม 2 ปุ่มนี้คือเสียงเจ้าของภาษาพูดคำศัพท์ครับ
สีน้ำเงิน คือ สำเนียงอังกฤษ (ฺBritish English)
สีแดง คือ สำเนียงอเมริกัน (American English)
ให้เราเลือกฝึกพูดตาม 1 สำเนียงนะครับ ตาามใจชอบเลย
ให้ลองอัดเสียงดูว่า เวลาเราพูดตามสำเนียงไหน เสียงเราฟังดูเหมือนมากกว่า หากเสียงเราไปทางสำเนียงอังกฤษ ก็ให้ฝึกพูดตามสำเนียงอังกฤษนะครับ แต่ถ้าไปอีกสำเนียงก็ฝึกตามสำเนียงนั้น
ต้องฝึกพูดตามและฟังให้ออกด้วยนะครับ เพื่อครั้งหน้าเราได้ยินหรือได้ใช้ จะได้รู้ว่าต้องออกเสียงยังไงให้ฝรั่งเข้าใจ
อ่อ อย่าลืมแปลความหมายคำศัพท์ด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าพูดได้สำเนียงเป๊ะ แต่ไม่รู้ความหมายก็ไม่ไหวนะครับ :DD
สรุปนะครับ
1.ท่องคำศัพท์อักษรละ 2 คำหรือ 1 คำ ต่อวัน
2.จดแค่ภาษาอังกฤษ
3.บันทึกเสียงตัวเองแล้วฟัง
4.เลียนแบบเสียงให้เหมือนเจ้าของภาษาที่สุด
นี่แหละครับแค่นี้เราก็มีวิธีการท่องคำศัพท์แบบมีประสิทธิภาพแล้ว
แล้วผมบอกได้เลยว่า ได้ใช้ทุกคำแน่นอนครับ
เพราะ คำศัพท์3000นี้ คือคำที่ใช้บ่อยที่สุดคำ
มีทางลัดขนาดนี้แล้ว
อย่าท้อนะครับ
อย่าลืมแชร์ไปให้เพื่อนๆด้วยละ
จะได้เก่งกันเยอะๆ
สุดท้ายก็เหมือนเดิมครับ
สู้ต่อไป
เพราะเราเคยใช้วิธีนี้เรียนภาษาอีกภาษานึง เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเวลา
มันจะค่อยๆเรียนรู้ แล้วก็จำได้เอง อย่างตอนนี้ เรา ได้ Eng กับ ญี่ปุ่นแล้ว
โดยญี่ปุ่นเราอาศัย แบบจำ จำ ใช้เวลา
ส่วน Eng นี่ตอนแรกจะต้องดูซับไทยก่อน แล้วก็ย้อนมาดู Eng sub เพราะ คำไทย ไม่เหมือนคำ ต่างประเทศ อย่างคำพวก Son of - Holy - Dam Dude พวกนี้ถ้าดู Eng มันก็จะได้อีกฟีลนึง แล้วเราก็จะนึกถึงตอนซับไทย ว่าอ่อ เป็น Eng เขาเรียกงี้ แต่ว่า ถ้าจะฝึกแบบไม่เปิดซับกับซีรีย์ต่างประเทศ ต้องจำกัดเรทหน่อย มันใช้ไม่ได้หมดทุกเรื่อง แหม่จะเชี่ยวชาญแล้ว เพราะบางเรื่องเราต้องเป็นคนท้องถิ่นหรือเคยอยู่ที่นั้นถึงจะเข้าใจ สำเนียง คำศัพท์
อย่างซีรีย์ฝึกง่ายๆ โดยเริ่มต้นดูซับไทย ก่อนแล้ว ลัดมา ไม่เปิดซับได้
ก็ -How I met your mother นี้เลย
แต่ซีรีย์ ที่ต้องใช้เวลา แต่แนะนำให้ดูซับไทยดีกว่าเพราะจะได้ฝึกมากกว่าเพราะมีหลายตอน ซีรีย์ระยะยาวอย่าง
-Laws and Order ตามมาตั้งแต่ ซีซั่น 1 แล้วจนตอนนี่จบ
-Criminal Minds
พวกนี้จะมีศัพท์ทางการ หรือภาษาที่ไม่ใช่ทั่วไป แต่ว่าก็เป็นคำที่เราใช้เขียนคำศัพท์ยาวๆ 3 พยางค์
แต่เรื่องภาษานี่มันต้องใช้เวลาจริงๆ อย่างวิธีที่ 1 ถ้าทำแบบนั้นจริงๆต้องใช้เวลาพอสมควร
แต่ถ้าจะให้ดี เอา เป็น ดูซับไทย > ซับอังกฤษ > ดูแบบ No-sub
เพราะเราจะได้คุ้นสำเนียง ตัวละครแล้วจะได้แยกแยะคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น
เทคนิค ถ้าฟังหรือดูแบบ เปิดลำโพง เราจะแยกสำเนียงยากๆ หรือคำศัพท์ออกยาก แนะนำให้ใช้หูฟังถ้ามี เพราะเราก็ใช้หูฟัง เสียงมันจะแยกออกง่าย [พิมจนปวดนิ้วแล้ว]
- เรื่องภาษาต้องใช้เวลาและการจดจำนะ -