วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ผมฝึกภาษาอังกฤษอย่างไร ?

ผมฝึกภาษาอังกฤษอย่างไร ?
มีเพื่อนๆเขียนมาถามผมว่า อยากอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ อยากดู DVD ภาษาอังกฤษบ้าง ทำไงดี? ผมฝึกยังไงให้ดูและฟังรู้เรื่อง
วันนี้ผมจะมาบอกวิธีกัน
ออกตัวก่อน … ผมไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษแบบเชี่ยวชาญพูดเหมือนเจ้าของภาษา ผมแค่ฟัง VCD/ DVD พวกนี้ออกเกือบทั้งหมดโดยไม่ต้องมี script (แต่บางแผ่นอาจต้องฟังหลายรอบ), ประชุมกับเจ้าของภาษาได้, และสามารถ present งานเป็น ภาษาอังกฤษและไทยแบบสลับกันไป-มาได้
ทั้งๆที่ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้าประมาณ 4 ปีก่อน ผมทำแบบนี้ไม่ได้เลย (หรือได้แบบงูๆ ปลาๆ)
ผมฝึกมาแล้วหลายวิธี แต่วิธีที่ทำให้ภาษาผมพัฒนาเร็วที่สุดที่ผมจะแนะนำวันนี้ คือ
“ฟัง Audio CD (หนังสือเสียง)”
ซึ่ง CD ที่จะเหมาะสำหรับการฝึก คือ CD เกี่ยวกับ “วิธีคิด หรือ จิตวิทยาความสำเร็จ”
ทำไม? เพราะ
1. ภาษาที่ใช้เป็นภาษามาตรฐาน ค่อนไปทางระดับสูงนิดๆ เป็นภาษาที่เค้าใช้ในการสื่อสารจริงไม่ใช่ศัพท์แสลงที่ใช้กันแต่เฉพาะวัยรุ่น หรือเฉพาะกลุ่ม
2. สำเนียงชัด พูดชัด เพราะพูดให้คนฟังทั่วโลก
3. เนื้อหาไม่น่าเบื่อ ไม่ใช่บทสนทนาแบบหนังสือเรียน
4. เนื้อหาที่เป็นหลักคิด ยิ่งฟังจะยิ่งเข้าใจลึกซึ้ง และยิ่งฟังจะยิ่งสนุก (แปลกมาก แต่เรื่องจริง) เพราะฉะนั้นการฟังซ้ำ 20-50 รอบ จึงเป็นเรื่องสนุก ซึ่งจะแตกต่างจากฝึกจากดูหนังเพราะหนังดูอย่างมาก 3 รอบ ก็ไม่อยากดูแล้ว
5. ใครที่บอกไม่มีเวลา …. นี่แหละเหมาะเลย เวลาในรถเกือบทุกคนต้องมี อย่างต่ำๆ ก็วันละ 1 ชม.
ฟังยังไงถึงจะดี?
1. ฟังทุกเวลาที่ฟังได้ เช่น ในรถ (เป็นหลัก) เวลาออกกำลังกาย ทำกับข้าว กินข้าว ตอนตื่นนอน (แบบยังงัวเงียๆ ก็ฟังเลย) อาบน้ำ ... สรุป เอาทุกเวลาที่ฟังได้
2. ฟังซ้ำบ่อยๆ 1 แผ่น 20 รอบขึ้นไป! (ยิ่งเยอะ ยิ่งดี) - ในรถ 1 วันก็ได้ 1-2 รอบแล้ว อาทิตย์เดียวก็ฟังครบแล้ว 20 รอบ!
3. อย่าเครียดเพราะไม่รู้เรื่อง ฟังไปเรื่อยๆ พอฟังเกิน 20 รอบ รู้เรื่องเกิน 80% ผมรับประกัน
4. ฟังแบบสบายๆ ไม่ต้องตั้งใจฟังมาก พอเราเริ่มฟังออกมันจะเริ่มสนใจเอง และเริ่มสนุกมากขึ้น อัตโนมัติ
5. ถ้าเบื่อก็เปลี่ยนแผ่น เปลี่ยนคน แล้วสักพักก็กลับมาฟังแผ่นเดิม
จะเลือกแผ่นไหนมาฟังดี?
1. เลือกเรื่องที่ชอบเช่น หลักคิด, Leadership, กฎของแรงดึงดูด, ความมั่งคั่ง, ...
2. เลือกแบบ best seller ด้วย ... จะได้คุ้มทั้งเนื้อหา ทั้งภาษา
3. เลือกคนที่พูดชัด ไม่เร็ว(ฟังไม่ทัน) และช้าจนเกินไป (น่าเบื่อ ) ที่แนะนำ เช่น Jim Rohn, Bob Proctor, Dave Rampsey, Brian Tracy (Tony Robbins เอาไว้ทีหลังเลย เพราะพูดเร็วมาก เสียงอู้อี้อีกต่างหาก)
4. เลือกแบบบทสรุป (มีวงเล็บต่อท้ายว่า abridge)… อย่าเอาแบบนั่งอ่านให้ฟังทั้งเล่ม อันนั้นน่าเบื่อมาก อ่านกระทั่งคำนิยม คิดดู
5. ยิ่งเป็นแนวสัมมนา ยิ่งดี สนุก เร้าใจ
-------------------------------
สุดท้ายผมอยากฝากไว้ว่า
ภาษาอังกฤษไม่มีทางลัด
อยากฟังคล่องๆ … ต้องฟังบ่อยๆ
อยากพูดคล่องๆ… ต้องหัดพูดบ่อยๆ
อยากเขียนคล่องๆ … อันนี้ต้องเรียน และเขียนบ่อยๆ
และอย่าลืมนะครับ
ไม่ใช่คิดว่าไว้เก่งภาษาอังกฤษก่อน ค่อยมาฟัง CD พวกนี้
แต่ถ้าคุณอยากเก่งภาษาอังกฤษคุณต้องฟัง CD พวกนี้ แล้วคุณจะได้ทั้งภาษาและหลักคิดพร้อมๆกัน (2 เด้ง!)
Un+ Chirdpong (อั๋น เชิดพงษ์)
-----------------------------------
แนะนำ
2. Entreleadership (ฉบับย่อ 6 ชม.) – Dave Rampsey
http://www.daveramsey.com/store/books/audiobooks/entreleadership-audiobook-on-mp3/prodentreaudiobook.html
4. Unleash the power within (Seminar record) – Tony Robbins
http://www.amazon.com/gp/product/1442352663?ie=UTF8&camp=213733&creative=393177&creativeASIN=1442352663&linkCode=shr&tag=animonan-20
(แผ่นนี้เฉพาะคนที่เริ่มฟังคล่องแล้วนะครับ)
-----------------------------------
ปล. การฟังแบบนี้นอกจากจะช่วยทักษะการฟังแล้ว ... ยังช่วยในการพูดด้วยนะครับ เพราะเมื่อเราฟังบ่อยๆ จนชิน สำเนียงและรูปแบบประโยคจะเข้าไปอยู่ในหัวเราเอง และเราจะพูดออกมาเป็นแบบนั้นอัติโนมัติ (บางครั้งมันออกมาเองทั้งประโยคเลยครับ)
เช่นคำนี้ Philosophy --> สมัยก่อยผมเคยออกเสียงว่า ฟิ-โล-โซ-ฟี่
แต่ถ้าพอฟัง Jim Rohn มา 10 รอบ ได้ยินคำนี้มา 30 ครั้ง เราจะไม่มีทางออกเสียงแบบนั้นอีกเป็นอันขาด เพราะเสียงที่ถูกต้องจะมาก้องอยู่ในหัวเราหมดแล้ว เราจะออกประมาณ เฟอะ-ลอซ-ซะ-ฟี่
ปล. ท่านใดมีวิธีอื่นๆ ดีๆ หรือเคยทำแบบผมแล้วได้ผล/ไม่ได้ผล ... แชร์กันนะครับ

เครดิต:https://www.facebook.com/lifesuccessplus/posts/748436155200242

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น